เปลือกต้นสด : แก้เจ็บปวดฟัน และใช้ทาแก้หิด
เนื้อมะพร้าว :รับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ แก้ไข้ กระหายน้ำ
น้ำมะพร้าว : รสหวานเค็ม รับประทานเป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้พิษ แก้กระหายน้ำ แก้นิ่วแก้อาเจียนเป็นโลหิตและบวมน้ำ นอกจากนี้ยังทำเป็นน้ำส้มสายชูใช้ประโยชน์อื่น ๆ อีกมาก
น้ำมันมะพร้าว : รสหวานเค็ม รับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง หรือทาเป็นยาแก้กลากเกลื้อน บำรุงหัวใจแก้โรคผิวหนังต่างๆ ทาแผลน้ำร้อนลวก ทาผิวหนังแตกแห้ง และใช้ทาผม
กะลา : เป็นยาแก้ท้องเสีย แก้ปวดกระดูกและเอ็น
ดอก : รสฝาดหวานหอม เป็นยาแก้เจ็บปากเจ็บคอ แก้ท้องเสีย แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ กล่อมเสมหะ บำรุงโลหิต แก้ปากเปื่อย
ราก : รสฝาดหวานหอม เป็นยาแก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ หรืออมบ้วนปากแก้เจ็บคอขนาดและวิธีใช้แก้ปวดฟัน ใช้เปลือกต้นสด เผาไหม้ให้เป็นเถ้า นำมาสีฟัน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ใช้กะลามะพร้าวสะอาดเผาไฟจนแดงเอาคีมคีบเก็บไว้ในปีบสะอาด และปิดฝาจะได้ถ่าน กะลาสีดำ เอามาบดเป็นผงรับประทาฯ ใช้คราวละ 1-2 ช้อนโต๊ะ รักษาแผลเป็น เอามะพร้าวก้นกะลาขูดออกมาแล้วบีบเอาน้ำมันได้เท่าไร เอาไปเคี่ยวจนสุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น เอายอกมะลิ กลั้นใจเด็ด 7 ยอด โขลกให้ละเอียด ผสมน้ำมันมะพร้าวที่เคี่ยวแล้ว ทาทุกวันแผลเป็นจะหาย
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวมะพร้าว
มะพร้าวเป็นพืชที่มีความผูกพันกับ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน คุณสมบัติที่ดีของมะพร้าว คือส่วนต่างๆ ของมะพร้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลากหลาย ตั้งแต่ ลำต้น ใบ ก้าน ผล กะลา รกมะพร้าว กาบมะพร้าว รากมะพร้าว
มะพร้าวเป็นพืชที่นิยมบริโภคในประเทศไทย เป็นอย่างมาก นิยมนำมาทำอาหาร ทั้งคาวหวาน นอกจากนั้น ยังสามารถนำมาทำอุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าว อุตสาหกรรมกะทิเข้มข้น มะพร้าวขูดแห้ง น้ำตาลมะพร้าว และอุตสาหกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของมะพร้าว เช่น เส้นใย ฯลฯ
ปัจจุบันคนไทยนิยมทานยอดมะพร้าวเป็นอาหารมากขึ้น เนื่องจากยอดมะพร้าวนำมาทำเป็นอาหารมากขึ้น เนื่องจากยอดมะพร้าวนำมาทำเป็นอาหาร ยำ ผัด แกง ฯลฯ โดยเฉพาะต้มยำกุ้งยอดมะพร้าว เป็นเมนูยอดนิยม ซึ่งยอดมะพร้าวเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ที่ปลอดสารพิษ และเพิ่มเส้นใยอาหารได้ดี
สถาบันศิลปะและวัฒนธรรมฯ เห็นคุณค่าของมะพร้าวที่มีต่อวิถีชีวิตมนุษย์มายืนยาว จึงนำเสนอมะพร้าว รวมทั้งรวบรวมงานฝีมือต่างๆ ที่ใช้มะพร้าวเป็นองค์ประกอบ
มะพร้าวมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
วิธีทำ
1. นำกะลามะพร้าวมาขัดด้วยกระดาษทรายหยาบ
และกระดาษทรายละเอียด
2. แล้วนำลูกมะพร้าวมาผ่าออกเป็น 2 ส่วน เพื่อที่จะนำมาเป็นฐานและที่วางเทียนหอม
3. และนำไม้มาทากาวไม้ที่เตรียมไว้ และติดไว้กับกะลาทั้ง 2 ส่วน ที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง
4. นำก้านมะพร้าวมามัดรวมกันให้ได้ขนาด แล้วนำเชือกมามัดให้เรียบร้อย
5. หลังจากนั้นมาทาแล็คเกอร์ลงไปบนตัวก้านมะพร้าวให้ดูสวยงาม
6. แล้วนำจุกของมะพร้าวมาทากาวไม้ เพื่อเชื่อมติดกับเชือกส่วนกลาง
7. เมื่อกาวแห้งแล้ว ให้นำแล็คเกอร์มาทาตรงจุกมะพร้าว และทาตรงก้านอีกรอบ
8. นำไปตากแดดให้แห้ง
9. เราก็จะได้ที่วางเทียนหอมที่สวยงาม
2. แล้วนำลูกมะพร้าวมาผ่าออกเป็น 2 ส่วน เพื่อที่จะนำมาเป็นฐานและที่วางเทียนหอม
3. และนำไม้มาทากาวไม้ที่เตรียมไว้ และติดไว้กับกะลาทั้ง 2 ส่วน ที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง
4. นำก้านมะพร้าวมามัดรวมกันให้ได้ขนาด แล้วนำเชือกมามัดให้เรียบร้อย
5. หลังจากนั้นมาทาแล็คเกอร์ลงไปบนตัวก้านมะพร้าวให้ดูสวยงาม
6. แล้วนำจุกของมะพร้าวมาทากาวไม้ เพื่อเชื่อมติดกับเชือกส่วนกลาง
7. เมื่อกาวแห้งแล้ว ให้นำแล็คเกอร์มาทาตรงจุกมะพร้าว และทาตรงก้านอีกรอบ
8. นำไปตากแดดให้แห้ง
9. เราก็จะได้ที่วางเทียนหอมที่สวยงาม
สมาชิก
นาย ลัทธพล สนั่นไหว เลขที่ 1
นาย นภัทร มั่งมี เลขที่ 10
นาย วรโชติ ปิยะณัตดิ์พูล เลขที่ 12
นาย สกล วสุวานิช เลขที่ 17
นางสาว วรัชยา แซ่เตียว เลขที่ 20
นางสาว ชัญญานุช นิลประดับ เลขที่ 24
นางสาว เชื่อมจันทร์ ลือชาติเมธิกุล เลขที่ 26
นาย ดนัย สุภาภรณ์ เลขที่ 31
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























